south-korea-winter-2016-backpack-trip-part-1-78

อันนยองฮาเซโย~ สวัสดีค่ะทุ๊กกคน กลับมาอีกครั้งกับการรีวิวท่องเที่ยวเกาหลี แบบเที่ยวเอง กินเองไม่ง้อทัวร์ หลังจากเว้นช่วงไปเกือบสองปีแน่ะ!  ช่วงเวลาสองปีนี้อีฟก็ใช้ไปกับการติ่งซีรี่ย์ และรายการต่างๆ มากมาย รวมไปถึงไปเรียนภาษาเกาหลีมาด้วย! 555+ ความติ่งเข้าสู่กระแสเลือดอย่างแท้จริงแล้วสินะ (>.<)

เข้าเรื่องกันดีกว่าเนอะ.. ทริปครั้งนี้วางแผนไว้ว่าเราจะไปเที่ยว ในที่ที่ทัวร์เค้าไม่ไปกันค่ะ! เพราะจากทริปรอบก่อนๆ ไปแต่ที่เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกงี้ ก็น่าเบื่อเนอะ ไปหาที่ใหม่ๆ ไปกันบ้างดีกว่าาา

(รีวิวทริปเที่ยวเองครั้งก่อน แวะไปส่องได้นะคะ ที่นี่เลย > *~Korea:อันนยองเกาหลี~* เจิมบทความแรก รีวิวแรก : ทริปจองข้ามปี เที่ยวเอง กินอิ่ม นอนอุ่นในกรุงโซล,,, [Part 1]

ครั้งนี้อีฟก็ไปในช่วงฤดูหนาวอีกแล้วค่ะ (เตรียมไปเจอหิมะเต็มที่! อีกแล้ว!) เดินทางไปกับสายการบิน Thai AirAsia X ค่ะ ได้โปรเดินทางช่วงสิ้นปีพอดี ดีงามมากกก เดินทางช่วง 28 ธันวาคม 2015 ถึง 6 มกราคม 2016
10 วัน 9 คืน สนนราคาอยู่ที่ 6237 บาท + โหลดกระเป๋าขาไป 20kg 700 บาท + โหลดกระเป๋าขาไป 30kg 1100 บาท + ค่าอาหารบนเครื่องไป-กลับ 300 บาท = 8377 บาท
คือ…ราคานี้ ในช่วงเวลาไฮซีซั่น หน้าหนาว วันหยุดข้ามปี คือดีมากกกกค่ะ แถมไม่ได้จองข้ามปีด้วยน้า บุ๊คกิ้งนี้จองล่วงหน้าก่อนเดินทางแค่ 4 เดือนเองค่ะ ใครเจอโปรราคาประมาณนี้หน้าหนาวต้องรีบคว้าไว้นะ บอกเลย!!

ช่วงเวลารอเดินทาง อีฟก็ติดตามอ่านรีวิวจากเพื่อนๆ ในพันทิปบ้าง ทวิตเตอร์บ้าง แฟนเพจบ้าง บล็อกต่างๆ บ้าง และความรู้ภาษาเกาหลีที่เรียนมาแบบงูๆ ปลาๆ ไป search ตามเวปของเกาหลีบ้าง แล้วก็ทำแพลนเที่ยวแต่ละวันออกมาค่ะ
**แนะนำสำหรับคนที่จะเที่ยวด้วยตัวเอง ควรทำแพลนแบบนี้ไว้ค่ะ เพราะอย่างแรกเลยคือเผื่อ ตม. เกาหลีเค้าถามว่าจะไปเที่ยวที่ไหน เราจะได้ตอบได้ หรือ ยื่นแพลนนี้ให้เค้าดูไปได้เลย
และอีกอย่างแพลนเหมือนเป็นตัวเตือนว่าถ้าไปที่ไหนอย่าลืมทำอะไร ห้ามพลาดกินเมนูไหน แถมยังประมาณการใช้จ่ายของทริปโดยรวมได้ด้วยค่ะ ^^

ตัวอย่างแพลนของอีฟที่ทำไว้นะคะ หน้าตาจะประมาณนี้..

Korea Winter 2016 Plan - Day 1

ถ้าอยากดูแบบเต็มๆ 10 วัน (เผื่อไว้เป็นแนวทาง) สามารถกดเข้าไปดาวน์โหลดได้จากลิงค์นี้เลยค่ะ > แพลนเที่ยวเกาหลี 10 วัน by AquariuS Eve

เอาล่ะ แพลนกันพร้อมแล้ว เราก็เริ่มเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ go go go!!

★*˛. Day 1 ˛.*★

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2015, ณ สนามบินดอนเมือง terminal 1 (อาคารเก่าๆ) เวลาประมาณตี 5 เราก็มาต่อคิวกันที่ Row 4 ค่ะ
(**ขอดอกจันแรงๆ ตรงนี้ เพราะไม่ใช่ Row 2 นะค้าาา  คืออีฟไปต่อคิวยาวมากเพื่อโหลดกระเป๋ามาแล้ว ปรากฎว่าไม่ใช่!! AirAsiaX ต้อง Row 4 เท่านั้นค่าาา จงจำให้ขึ้นใจ!!)
และอีกอยากที่อยากแนะนำคือเช็คอินออนไลน์มาให้เรียบร้อยก่อนจะดีมากๆ ค่ะ เพราะแถวเช็คอินยาวมากกก แถวโหลดกระเป๋าสั้นมาก จะได้ไม่เสียเวลายืนรอเนอะ

Thai AirAsia X - Checkin Counter at Don Muang International Airport

เคาท์เตอร์เช็คอิน Thai AirAsia X (Row 4) สนามบินดอนเมือง อาคาร 1

โหลดกระเป๋าเรียบร้อย ผ่านตม. ขาออกเรียบร้อย ก็เข้าไปรอในเกทกันค่ะ
ไฟล์ทนี้ขึ้นเครื่องที่เกท 15 ค่ะ.. ซึ่งเป็นเกทที่เข้าไปแล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับออกมาได้ (แถมไม่มีห้องน้ำในเกทอีก) เพราะฉะนั้น ใกล้ๆ เวลาค่อยเข้าเกทก็ได้ค่ะ ส่วนนอกเกท ก็มีห้องน้ำใกล้ๆ (มีห้องน้ำ 3-4 ห้องได้ ความพอเพียงและความสะอาดไม่ต้องพูดถึงเลย -.-” เราเห็นสภาพแล้ว..คือตัดใจไปเข้าห้องน้ำบนเครื่องดีกว่าค่ะ)

Thai AirAsia X, Flight XJ 708, at Gate 15 Don Muang International Airport (DMK)

ถึงเวลาบอร์ดดิ้ง เตรียมพาสปอร์ตและบอร์ดดิ้งพาสให้พร้อม แล้วก็ออกเดินทางกันเลยค่า ~~

Boarding Pass - Thai AirAsia X, Flight XJ 708 from Bangkok to Seoul

บนเครื่องบิน.. ทริปนี้อีฟเช็คอินแบบให้ระบบสุ่มที่นั่งเองค่ะ โชคดีมากที่ได้ที่นั่งโซนเงียบ (Quiet Zone) ทั้งขาไปและขากลับเลย นอนหลับสบาย ไม่มีเสียงเด็กรบกวน (ปกติถ้าเลือกที่นั่งตรงนี้ราคาขาละ 500 บาทค่ะ)
ในส่วนของอาหารบนเครื่องบิน ขาไปอีฟเลือกเป็นเมนูข้าวหน้าไก่เทริยากิค่ะ (ถ้าสั่งอาหารมาล่วงหน้า จะได้น้ำขวดเล็กด้วย 1 ขวดค่ะ) รสชาตินั้น.. เอิ่มมม จืดมากๆ ค่ะ ซอสเทริยากิก็น้อยมาก ถ้าทานมาก่อนขึ้นเครื่องได้ก็แนะนำจัดเต็มมาก่อนเลยดีกว่าค่ะ คือไม่ค่อยโอเลยอาหารร้อนของแอร์เอเชีย

Japanese Chicken Teriyaki with rice, Thai AirAsia X

ข้าวหน้าไก่เทริยากิ บนไฟล์ทแอร์เอเชียเอ็กซ์ ดอนเมือง-โซล

ระยะเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ ออกจากไทยเวลาประมาณ 8 โมงเช้า ถึงเกาหลี บ่ายโมง (เวลาไทย) แต่เป็นบ่าย 3 โมง (เวลาเกาหลี) .. และแล้วเราก็มาถึงสนามบินอินชอน เย้!

Incheon International Airport (ICN)

เดินๆ ตามกันไปค่ะ.. เกทของแอร์เอเชียจะต้องไปต่อรถไฟฟ้าเพื่อเข้าอาคารหลักค่ะ เมื่อถึงอาคารหลักแล้ว อันดับถัดไปก็คือการผ่าน ตม. อันเลื่องชื่อค่ะ (ช่วงนี้จะเป็นประเด็นกันมาก ว่า ตม. เกาหลีโหดกว่าเดิมม้ากก.. เพราะคนไทยหนีเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมายกันเยอะเหลือเกิน แถมยังไปก่อคดีในบ้านเมืองเค้าอีก ทำให้ ตม. จะเพ่งเล็งคนไทยเป็นพิเศษค่ะ)
จากประสบการณ์ที่ไปเกาหลีมาหลายรอบแล้ว .. รอบก่อนๆ จะไม่เคยโดนถามอะไรเลยยื่นพาสปอร์ตปุ๊บ สแกนนิ้ว ปั้มลายมือ ผ่าน!
แต่รอบนี้กลับโดนถามนิดหน่อยค่ะ เค้าถามว่า มาเที่ยวทั้งหมดกี่วัน? แล้วก็มาเที่ยวคนเดียวหรือเปล่า? เราก็แค่ตอบเค้าไปอย่างมั่นใจ แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ
ดังนั้นใครจะไปเที่ยวด้วยตัวเอง อาจจะต้องทำการบ้านเพิ่มนิดนึงค่ะ เช่นต้องรู้แพลนว่าเราจะไปไหนบ้าง ไปกี่วัน เตรียมเอกสารแพลนท่องเที่ยว ใบจองที่พัก ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (ใครไปหลายคนก็ copy เอกสารให้มีไว้ทุกคนเลยค่ะ) เผื่อไว้ก่อนเนอะ ให้เค้าเห็นว่าเราข้อมูลแน่น มาเที่ยวจริงๆ ไม่ได้มาโดดร่ม แล้วก็เดินเข้าไปด้วยความมั่นใจ ยิ้มแย้ม ตอบฉะฉาน ก็ผ่านสบายๆ ค่ะ ^^

ผ่าน ตม. มาแล้วก็มารับกระเป๋า แล้วไปตะลุยเกาหลีกันค่าาาา !!
ก่อนอื่น.. สาวกโซเชียลเนตเวิร์คต้องมีเนตก่อนใช่มั้ยคะ 555+ ทุกทีอีฟจะเช่าเป็นไวไฟไข่ ไว้ใช้เล่นเนตค่ะ (ดูรีวิวไวไฟไข่ได้ที่นี่ > Easy Korea Wifi) แต่รอบนี้อยากลองเปลี่ยนแบบใหม่บ้าง เป็นซิมโทรศัพท์ค่ะ แบบนี้จะเหมาะกับคนที่มาเที่ยวคนเดียวมากกว่าค่ะ จะเช่าไวไฟไข่ก็อาจจะแพงไป ตัวซิมนี้สามารถเติมเงินไว้ใช้โทรออกทั้งในเกาหลี และโทรกลับไทยได้ด้วยค่ะ เรทโทรต่างประเทศก็ไม่แพงมากด้วย
เจ้าซิมที่ว่านี้ก็คือ EG Sim ค่ะ หน้าตาจะเป็นแบบนี้~

EG Sim Card, Korea

ซึ่งตัวซิมนี้อีฟได้มาในราคา 29,900 วอนค่ะ (ประมาณ 900 บาท) จะมีเงินอยู่ในซิม 20,000 วอน
ซึ่งเอาไปสมัครแพคเกจอินเตอร์เน็ต 1G ได้ในราคา 16,500 วอนค่ะ
โดยที่ถ้าเราซื้อแพคเกจอินเตอร์เน็ต 500MB ขึ้นไป เราจะสามารถใช้ไวไฟของ olleh ตามที่ต่างๆ ได้ฟรีโดยอัตโนมัติค่ะ (ส่วนใหญ่จะเจอตามรถไฟฟ้า เน็ตแรงด้วยค่ะ)
อีฟทำวิธีการสั่งซื้อ-ลงทะเบียนซิมของ EG Sim Card อย่างละเอียดไว้ที่นี่นะคะ > วิธีซื้อและลงทะเบียนซิมเน็ตเกาหลี EG Sim Card

ภารกิจในสนามบินก็เรียบร้อยแล้ว สถานีต่อไปก็คือ.. ไปที่พักกันค่ะ~~ ที่พักที่เราจะพักกันในช่วง 5 วันแรกนี้จะอยู่ในย่านฮงแดค่ะ
ดังนั้นการเดินทางที่ในครั้งนี้ เราจะเข้าเมืองโดยวิธี Airport Railroad (AREX) แบบจอดทุกสถานี (All Stop Train) ค่าเดินทาง 4,050 วอนค่ะ (ใช้ T-money) ถูกกว่านั่งบัส แล้วก็ลงฮงแดไม่ต้องไปต่อสายเพิ่ม ทางรถไฟฟ้าเลยจะสะดวกที่สุดค่ะ

ที่พักของอีฟที่แรกในทริปนี้ อีฟพักที่ Hello Stranger Guesthouse ค่ะ
เป็นที่พักที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน มีเจ้าของเป็นแม่บ้าน (สะใภ้เกาหลี) เป็นคนไทย แขกที่พักในเกสท์เฮ้าส์จะมีแต่คนไทยทั้งหมดค่ะ ดังนั้นก็สบายใจได้แน่นอนค่ะ
วิธีไปเกสท์เฮ้าส์ออกจากใต้ดินทางออก 3 (ทางขึ้นเป็นบันไดเลื่อนค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องยกกระเป๋าเลย) แล้วก็เดินตามทาง ตามแผนที่นี้เลยค่ะ (เส้นสีเขียวเข้ม) .. ใช้เวลาเดินประมาณ 5-10 นาทีได้ค่ะ เหมือนจะไกล แต่เดินเพลินๆ แปปเดียวก็ถึงค่ะ

Hello Stranger Guesthouse, Hongdae Map

เจอกำแพงลายสวยๆ แบบนี้ก็ใช่เลยค่า! ถึงแล้วววว

Hello Stranger Guesthouse, Seoul, South Korea

ห้องนอนที่อีฟจองไว้จะเป็นห้อง twin ค่ะ ราคาโปรโมชั่นช่วงเปิดใหม่คืนละ 50,000 วอน
เตียงนอนคือหนานุ่มมากกก ผ้าห่มก็หนานุ่ม คือนอนสบายมากๆ ค่ะ แต่ในรูปนี้สภาพอาจจะไม่ 100% นะคะ คืออีฟถ่ายไว้ตอนก่อนเช็คเอ้าท์ แฮ่ๆ ผ้าห่มก็เลยยับไปนิ้ดนิงงง >.<

Twin Room, Hello Stranger Guesthouse, Seoul, South Korea

พาชมบรรยากาศของเกสท์เฮ้าส์ Hello Stranger Guesthouse กันซักหน่อยค่ะ

สรุปโดยรวม ที่พักใหม่ สะอาด(มาก) เตียงนุ่มนอนสบาย(มาก) ที่สำคัญ เจ้าของเป็นคนไทยกันเองด้วย น้องคนดูแลก็เป็นกันเอง ช่วยแนะนำดีมากๆ  ใครสนใจก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวปไซต์ www.hellostrangerseoul.com หรือสอบถามไปกับคุณดาวโดยตรงได้เลยค่ะที่แฟนเพจ Hello Stranger Guesthouse Fanpage (อาจจะต้องจองล่วงหน้ากันหน่อยน้าา ได้ข่าวว่าคนสนใจจองกันเยอะเลยค่ะ ^^)

 เช็คอิน เก็บกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้ว ก็ค่ำพอดี.. ได้เวลาทานอาหารเย็นกัน มื้อแรกในเกาหลีวันนี้ อีฟอ่านรีวิวมาเยอะมาก ร้านนี้จะเป็นร้านที่หลายๆ คนรีวิว และบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย.. เราจะรออะไรคะ #กิตยาพาชิมต้องไปค่ะ

새마을식당 홍대서교점 : เซมาอึลชิกตัง Saemaul Sikdang | ร้านหมูสไลด์ย่าง+แกงกิมจิ 7 นาที
พิกัด : จากสถานี Hongik University, ทางออก 8 เลี้ยวขวา ตรงไปจนถึงวงเวียนแล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกประมาณ 50 เมตร จะเห็นร้านสีเหลืองๆ ขวามือค่ะ

새마을식당 | Saemaul Sikdang Map

แผนที่ไปร้านเซมาอึลชิกตัง (หมูสไลด์ย่าง+แกงกิมจิ 7 นาที)

หน้าร้านเหลืองๆ แบบนี้ ใช่เลยค่ะ เข้าไปโลดดดด!

새마을식당 홍대서교점 | Saemaul Sikdang Hongdae

เมนูที่ต้องสั่ง!
1. 열탄불고기 : ยอลทันพุลโกกิ | หมูสไลด์ – ราคา 8,000 วอน/1 ที่
2. 7분돼지김치 : ชิลบุนทเวจีคิมชิ | แกงกิมจิ 7 นาที – ราคา 5,00 วอน/ 1 หม้อ+ข้าว 1 ถ้วย
คือถ้าพูดไม่ได้ จิ้มเอาตรงเมนูได้เลยค่ะ สองเมนูนี้เค้าทำเป็นสีแดงอยู่แล้ว (จริงๆ จะมีเมนูเป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ จะจิ้มจากรูปในนั้นก็ได้)

เริ่มที่หมูย่างก่อนค่ะ หมูร้านนี้จะเป็นหมูติดมันสไลด์บางๆ ราดซอสมาด้วย (ในรูปคือปริมาณสำหรับ 2 ที่ค่ะ) จะเอาทานกับข้าวก็อร่อย ห่อผักทานก็อร่อยค่ะ มันดีงามจริงๆ น้ำตาจิไหล.. อยากกินอีก ㅠ.ㅠ
**ผักห่อ กิมจิ สลัด ทุกอย่างสามารถเติมเพิ่มได้ตลอดค่ะ เดินไปตักเองที่บาร์ได้เลย

열탄불고기 | Saemaul Sikdang Hongdae

ต่อไปก็เป็นหนึ่งในที่(อร่อย)สุดในทริปของอีฟเมนูนึงค่ะ แกงกิมจิ 7 นาที.. คือดูจากสภาพหม้อเก่าๆ กับแกงเละๆ แล้วอย่าดูถูกนะค้าาา ดูแย่ๆ แบบนี้แหละดีงามทีเดียวเชียว แกงจะมาพร้อมกับข้าว 1 ถ้วยค่ะ และ และ และ ไฮไลท์เลย.. มาพร้อมสาหร่ายถังนึง ที่ตักทานกับข้าว+แกงได้ไม่อั้น  คือดี…มาก… มันอร่อยมากเพราะสาหร่ายนี่แหละค่ะ กิมจิหม้อเล็กๆ หม้อเดียว อีฟกินสาหร่ายไปครึ่งถังได้ 5555

7분돼지김치 | Saemaul Sikdang Hongdae

สรุปร้านนี้แนะนำเลยค่ะ อร่อยจนอีฟต้องกลับไปกินอีกรอบนึง 555 อีกข้อดีของร้านนี้คือเปิดตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ หิวเมื่อไหร่ก็แวะไปได้เสมอๆ แล้วก็มีสาขาค่อนข้างเยอะเลยค่ะ สังเกตจากร้านสีเหลือง ชื่อร้านสีแดงได้เลย

เราไปต่อกันที่ร้านต่อไปค่ะ .. (ห๊ะ! กินอีกแล้ววว >.<) คือพอดีนัดกับเพื่อนๆ อีกกลุ่มที่มากับทัวร์ไว้ค่ะ นัดจะไปลองกินดื่มกันที่ร้านในเต้นท์กัน (อารมณ์แบบในซีรีย์งี้)

종로3가 포장마차 : จงโนซัมกา โพจังมาช่า Jongno 3 ga Pojangmacha  | ร้านเต้นท์ข้างท
พิกัด : สถานี Jongno 3 ga, ทางออก 6 ขึ้นมาปุ๊บ ร้านแรกทางซ้ายมือเลยค่ะ

Pojangmacha : small tented food at Jongno 3 ga

ในส่วนของเมนู.. ไม่มีค่ะ! อีฟใช้วิธีสั่งโดยการ ชี้ๆ อีกแล้วค่ะ 555 แล้วก็ใช้ศัพท์ง่ายๆ ที่พอจะรู้มาจากการเรียนอันน้อยนิด (เช่น ทัก = ไก่, ทเวจี = หมู, นักจี = ปลาหมึก) อาจุมม่าก็จะเรคอมเมนเราเอาว่าอันนี้ไหม นี่อร่อยน้า นี่ก็อร่อยน้า.. ก็ใจอ่อนตามอาจุมม่าไปค่ะ >.<

สรุปค่าเสียหายจากการใจอ่อนให้อาจุมม่า 62,000 วอนค่ะ! ไม่รู้ว่าเมนูไหนกี่บาทนะคะ เพราะไม่มีเมนู และ อาจุมม่าไม่แจกแจงให้
หารกัน 5 คนก็พอรับได้ แต่ถ้าไปน้อยคนก็แนะนำว่า สั่งน้อยๆ ก็พอน้า แค่เอาบรรยากาศและประสบการณ์ใหม่ๆ ก็พอค่ะ >.<

แล้วก็จบทริปวันแรกไว้เพียงเท่านี้ค่ะ แยกย้ายกลับที่พัก พักผ่อนเอาแรงสำหรับทริปแน่นๆ วันพรุ่งนี้กันค่ะ

★*˛. Day 2 ˛.*★

เช้าวันแรกในโซล.. วันนี้ฟิตมากค่ะ ตื่นเช้าตรงตามแพลน ขึ้นไปทานอาหารเช้าที่ห้องครัวด้วย แน่ะ ฟิตจัด (น้องคนดูแลที่พักบอกว่า ก็งี้แหละพี่ วันแรกก็ฟิตตื่นเช้าแบบนี้ทุกคน วันถัดไปล่ะตื่นสายทุ๊กคน …แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ 555)

ก่อนออกเดินทาง เพื่อความถึกทนในอากาศหนาวๆ แบบนี้ เราต้องมีตัวช่วยค่ะ อีฟแนะนำเลยควรมี! นั่นก็คือ ฮอทแพคนั่นเองงงง
แบบในรูปเป็นถุงขนาดประมาณฝ่ามือ ถุงละ 1,000 วอน แกะซองแล้วเอามาใส่ในกระเป๋าเสื้อ ช่วยเวลาหนาวๆ มือแข็งได้ดีมากทีเดียวค่ะ แถมยังอุ่นได้นานตั้งแต่เช้าถึงดึก สามารถหาซื้อได้ในร้านสะดวกซื้อทุกร้าน หรือร้านขายยาก็มีค่ะ ซองนี้อีฟได้มาจากร้าน GS25 ค่ะ

Korean Hot Pack

이화동 벽화마을 : อีฮวาดง พยอกฮวามาอึล Ihwa-dong Mural Village | หมู่บ้านจิตกรรมฝาผนังอีฮวาดง
พิกัด : สถานี Hyehwa Station, ทางออก 2 แล้วเดินยาวๆ ตามแผนที่นี้เลยค่ะ (ขอบอกว่าเดินหนักมาก ทั้งหมดทั้งมวลประมาณ 2km ได้ แถมทางจะเป็นแบบขึ้นเนิน+บันไดด้วย เพราะฉะนั้น เตรียมฟิตร่างกายกันมาก่อนนะค้า >.<)

이화동 벽화마을 | Ihwa-dong Mural Village Map

แผนที่อีฮวาดง พยอกฮวามาอึล + สวนนักซาน

หมายเลขแต่ละจุดที่อีฟใส่ไว้ในแผนที่ จะเป็นพิกัดที่อย่าพลาดถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้ค่ะ ตามไปดูได้จากภาพด้านล่างนี้เลยค่ะ ^^

봉추찜닭 동숭동점 : พงชุ่จิมดัก Bongchu Jjimdak | ไก่ต้มซีอิ้วกับวุ้นเส้นเหนียวหนึบ
พิกัด :  สถานี Hyehwa Station, ทางออก 2 เดินตามแผนที่ประมาณ 300 เมตรค่ะ
**ร้านพงชุ่จิมดัก จริงๆ แล้วมีหลายสาขาเลยค่ะ ที่นิยมไปกันก็จะเป็นที่ฮงแด หรือกาโรซูกิลค่ะ (คลิกที่ลิงค์สาขาดูแผนที่ได้เลยค่ะ)

จากชื่อร้านก็รู้แล้วเนอะ ว่าเมนูที่ต้องกินในร้านนี้ก็คือ จิมดักค่ะ (찜닭) เป็นไก่ต้ม(ตุ๋น) ในซีอิ้ว ใส่มันฝรั่ง ผักต่างๆ แล้วก็วุ้นเส้นเส้นหนาๆ เหนียวนุ่มหนึบๆ ตามสไตล์เกาหลีค่ะ

봉추찜닭 | Bongchu Jjimdak

สรุปค่าเสียหายร้านนี้ 24,000 วอนค่ะ (จิมดักไซส์เล็ก 22,000 วอน + ข้าว 2 ถ้วย 2,000 วอน) แอบพลาดที่สั่งข้าวเยอะไปหน่อย เพราะไม่คิดว่าในจิมดักจะมีวุ้นเส้นมาให้เยอะมาก และจิมดักจานใหญ่มโหฬารมากกกก ในส่วนขอรสชาติ อร่อยเลยค่ะ ไม่เผ็ดมาก เค็มพอดีๆ ขนาดมันฝรั่งยังอร่อยเลย ^^

กินอิ่มเรียบร้อยแล้ว เรานั่งยาวไปอีกฝั่งของโซลกันค่ะ ~~

라인프렌즈 플래그십스토어 가로수길점 : Line Friends Flagship Store สาขา Garosu-gil (กาโรซูกิล)
พิกัด : สถานี Sinsa Station, ทางออก 8 เดินเข้าถนนกาโรซูกิล ตรงไปประมาณ 200 เมตร จะอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ

Line Friends Flagship Store and REMICONE, Garosu-gil Map

 สาขานี้เป็นสาขาแรกในเกาหลีค่ะ จะเป็นคาเฟ่ มีกาแฟ เบเกอรี่เป็นคาแรคเตอร์ไลน์ขายด้วยค่ะ อยู่ชั้นบนๆ

Line Friends Flagship Store, Garosu-gil
แต่! เนื่องจากโปรแกรมเราค่อนข้างเลทไปแล้ว อีฟก็เลยแค่ชะโงกทัวร์เข้าไปแค่ชั้นแรก ถ่ายรูปกับหมีบราวน์ตัวยักษ์ เสร็จแล้วก็ออกมาเลยค่ะ 555 (พี่หมีบราวน์ตัวยักษ์ เป็นแลนด์มาร์คนะคะ ใครมาก็ต้องถ่ายรูปตรงนี้นะคะ อย่าได้พลาด ^^)

Line Friends Flagship Store, Garosu-gil

นี่ขนาดเดินแค่ชั้นแรกเองนะคะ อะไรๆ ก็น่ารักน่าซื้อไปหมด .. ถ้าเดินทั่วทั้งร้าน สงสัยต้องใจอ่อนเสียเงินได้ของติดไม้ติดมีมาซักอย่างสองอย่างแน่ๆ ค่ะ

Line Friends Flagship Store, Garosu-gil

ตอนนี้ไลน์สโตร์ในโซลเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาแล้วค่ะ คือที่อิแทวอน กับที่มยองดง (คลิกที่ลิงค์สาขาดูแผนที่ได้เลยค่ะ)

레미콘 : เรมิโคน REMICONE | ไอศกรีมพายุก้อนเมฆตามรอยสามแฝด
พิกัด : สถานี Sinsa Station, ทางออก 8 เดินเข้าถนนกาโรซูกิล เดินจากไลน์สโตร์ประมาณ 400 เมตรค่ะ ร้านอยู่ตรงหัวมุมแบบนี้เลย

REMICONE, Garosu-gil

เมนูของไอศกรีมร้านนี้จะเป็นสไตล์ให้เราคิดค้นออกแบบไอศกรีมที่เราชอบเองได้ค่ะ เลือกรสไอศกรีม-ท้อปปิ้งเองได้ หรือจะสั่งเป็นแบบสเปเชียลเมนูที่เค้าออกแบบมาให้เลยก็ได้ค่ะ

REMICONE Menu
อีฟเลือกเป็นเมนูนี้มาค่ะ Thunder bomb (썬더밤) ราคา 6,100 วอน
ตัวไอศกรีมรสนม แบบว่าหอมมากกก อร่อยมากค่ะ มีโรยหน้าด้วยลูกอมที่แตกเป๊าะแป๊ะในปากด้วยค่ะ แล้วก็ท้อปปิ้งอีกทีด้วยสายไหมรสหวานๆ เปรี้ยวๆ นิดๆ

썬더밤 Thunder bomb | REMICONE, Garosu-gil

หนึ่งประเด็นหลักเลยที่มาทริปนี้เพราะอีฟจะมาตามรอยสามแฝด แทฮัน มินกุ๊ก มันเซค่ะ ซึ่งเรมิโคนก็คือ 1 ในร้านที่เด็กๆ มาทานออกรายการ ซึ่งอีฟจะทำรีวิวตามรอยเด็กๆ แบบละเอียดอีกทีค่ะ สามารถตามไปอ่านต่อได้ที่นี่เลยค่ะ > รีวิวกิน-เที่ยวตามรอยแฝดสาม แทฮัน มินกุ๊ก มันเซ @ โซล-ซงโด-ปูซาน
มุมไหนเด็กๆ นั่ง เมนูไหนที่เด็กๆ ทาน เราต้องไปตามค่ะ 555

Song Triplets Daehan Minguk Manse Ice-cream REMICONE, Garosu-gil

 ตามรอยติ่งอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ก็กลับไปฮงแดบ้านเรากันค่ะ.. ก่อนเข้าที่พักวันนี้ แอบแวะกินต๊อกบกกี กับ ออมุก ที่ร้านเต้นท์ข้างทาง ร้านแรกตรงทางออก 8 ของสถานีฮงแดด้วยค่ะ ต๊อกบกกี 2,500 วอน ออมุกไม้ละ 500 วอนค่ะ แล้วก็ซดน้ำซุปอุ่นๆ อื้ม… ฟินนน แถมทำให้มีแรงเดินเพิ่มอีกเยอะเลยค่ะ ฮิฮิ~~

Korea Street Food at Hongdae

ต๊อกบกกีร้านนี้ใส่ใบงาด้วยค่ะ มีกลิ่นหอมใบงาขึ้นมากเลย แปลกดี แต่อร่อยนะ ^^

Tteokbokki at Hongdae

ได้แรงเดินเพิ่มมาอีกนิด ก็เดินเล่นย่านฮงแดอีกซักนิดค่ะ เดินยาวไปจนถึงหน้ามหาลัยเลย ช่วงหน้าหนาวที่หน้ามหาลัยตกแต่งไฟสวยมากๆ ค่ะ

Hongik University

อิ่มอกอิ่มใจแล้ว แถวยังอิ่มท้องอุ่นท้องอีก  คืนนี้นอนหลับสบายแน่นอนค่ะ ^o^

แล้วอีฟก็ขอจบบันทึกการเดินทางพาร์ทแรกไว้เท่านี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะยาวเกินไป >.<
ฝากติดตามพาร์ท 2 และพาร์ทต่อๆ ไปด้วยนะคะ ♡♡
อันยอง~~

(ตามอีฟเที่ยวในโซลพาร์ท 2 ต่อได้ที่นี่ค่ะ > [Korea Winter 2016] -Part 2-)
(ตามอีฟเที่ยวอินชอน-ซงโดพาร์ท 3 ได้ที่นี่ค่ะ > [Korea Winter 2016] -Part 3-)
(ตามอีฟเที่ยวปูซานพาร์ท 4 ได้ที่นี่ค่ะ > [Korea Winter 2016] -Part 4-)

Advertisements

4 comments

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s